Home
Shop
Wishlist0

โทร. 066-150-3114

Recently Viewed
PC-Computer-Shop

เลือกซื้อคอมพิวเตอร์ยังไง ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

วิธีเลือกซื้อคอมพิวเตอร์

สำหรับคนที่เก่งคอมแล้ว การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่องอาจไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่ ไมมีเรื่องให้ต้องคิดหนักจนวุ่นวาย แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าใจเรื่องเทคนิค จำเป็นต้องใช้เวลาศึกษาข้อมูลเพื่อให้ได้คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้คุ้มค่า สมราคา และเหมาะกับการใช้งาน 

PC Computer Shopได้รวบรวมข้อมูลเทคนิคการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์มาให้ เพื่อเป็นแนวทาง ก่อนตัดสินใจ โดยเน้นไปที่ไลฟ์สไตล์การใช้งาน เพื่อให้ได้ความคุ้มค่าและเหมาะสมในเรื่องของราคามากที่สุด

วิธีเลือกซื้่อคอม ทั้งเลือกจากคุณสมบัติและสเปคเครื่อง

1. เลือกคอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน

วิธีเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ เมื่อคอมพิวเตอร์ไม่ได้จำกัดแค่อุปกรณ์ตั้งโต๊ะ แต่มีทั้ง Desktop  Notebook และ Tablet ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน

เริ่มกันที่ Desktop คนไทยชอบเรียกว่า PC เป็นคอมตั้งโต๊ะขนาดใหญ่ที่เหมาะกับการตั้งอยู่กับที่ รองรับการใช้งานหนัก เช่น ตัดต่อ ทำกราฟฟิก หรือทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ข้อดีคือ สามารถเลือกสเปคได้ตามใจชอบ โดยการสั่งประกอบหรือซื้อตามที่ผู้ให้บริการรับจัดสเปคคอมพิวเตอร์ไว้ และยังสามารถคุมค่าใช้จ่าย ราคาไม่แพงอีกด้วย

ถัดมาที่ Notebook คอมพิวเตอร์พกพา ที่ซื้อแล้วจบในเครื่องเดียว พร้อมใช้งานทันที มีให้เลือกหลากหลายทั้ง Ultrabook หรือ 2 in 1 โน้ตบุ๊ครุ่นบางเบา แบตอึด เน้นทำงานทั่วไป มีรูปแบบใช้งานที่หลากหลาย แต่ราคาค่อนข้างสูง Gaming Notebook ออกแบบมาเล่นเกมโดยเฉพาะ ฟังชั่นเยอะ  ทำงานหนักได้ แต่แบตน้อย น้ำหนักเยอะ ไม่เหมาะกับการพกพาบ่อย ๆ มีราคาสูง   สุดท้ายคือ Notebook ทั่วไป ราคาถูก น้ำหนักปานกลาง ใช้งานได้นานระดับหนึ่ง เน้นเข้าเว็บ ทำงานเอกสาร

มาถึงน้องใหม่อย่าง Tablet ที่ยังได้รับความนิยม อย่าง Apple iPad Samsung หรืออื่น ๆ โดยมีหลากหลายแบรนด์ให้เลือก สามารถต่อคีย์บอร์ดและเมาส์แยก (เป็นบางรุ่น) ทำงานบางอย่างได้เหมือนคอมพิวเตอร์ แต่มีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก

เลือกคอมพิวเตอร์ตามการใช้งานของเรา (เล่นเกมส์ ดูหนังฟังเพลง เล่นอินเตอร์เน็ต หรือ ทำงาน)

2. เลือกสเปคคอมพิวเตอร์ แบบใช้ได้นาน

หากจะซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ อยากได้สเปกดีจำเป็นต้องมองหาฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์ใช้งานได้นานขึ้น โดยที่เทคโนโลยีไม่ตกรุ่น หลัก ๆ ให้สังเกตที่ CPU เพราะหาก CPU เป็นรุ่นใหม่แล้ว ทุกอย่างในเครื่องก็มักจะใหม่ตามไปด้วย

วิธีดูคือหากเป็น CPU ของ Intel ไม่ว่าจะเป็น Core – i3 , i5 หรือ i7 ซึ่งปัจจุบันก็เป็น Gen 11 แล้ว หลักการดูคือสังเกตสติ๊กเกอร์ที่ตัวเครื่อง หรือเลขต่อท้าย คำว่า Core – i7 เช่น Intel® Core™ i7-1185G7 เลขที่ขีดเส้นต้าย คือเลข Gen  ซึ่งหลายคนมักลืมข้อนี้ที่เป็นเรื่องที่สำคัญมากไป อย่าไปโดนหลอกให้ซื้อรุ่นเก่า ๆ เช่น Core – i7  32xx ซึ่งเป็น Gen3 ที่เก่ามากแล้วมาใช้

เลือกคอมที่สเปคสูง ๆ แรง ๆ ไว้ก่อน (ให้ใช้งานนาน ๆ โดยไม่ตกรุ่น)

3. เลือกคอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับงบประมาณ

จะซื้อคอมพิวเตอร์ทั้งที ต้องเอาให้คุ้มหน่อย แต่ก่อนอื่นต้องดูจากงบประมาณว่ารับได้เท่าไหร่ หรือเพิ่มได้สูงสุดอีกเท่าไหร่ (บ่อยครั้งที่ต้องเพิ่มเงินอีกนิดนึงเพื่อเอาสเปคที่ดีกว่า) ซึ่งคุ้มค่าหากต้องการใช้งานในระยะยาว ลองมองหาโปรโมชั่นเสริมร่วมกับบัตรเครดิต เช่น ผ่อนสินค้าแบบไม่มีดอกเบี้ย หรือโปรโมชั่นออนท็อป คืนเงินจากบัตรเครดิตที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในงานอีเว้นท์ ต่าง ๆ อย่างงานคอมมาร์ต เพราะแต่ละร้านจะแข่งกันกันทำโปรโมชั่น เป็นกำไรของผู้ซื้อที่ได้ราคาสุดคุ้มเอาไปอวดเพื่อนได้เต็มปาก

เลือกคอมตามงบประมาณที่เรากำหนดไว้ ไม่ไหวก็ผ่อนกับบัตรเครดิตได้

4.เลือกคอมพิวเตอร์จากร้านค้าที่ไว้ใจได้

วิธีเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ เลือกร้านที่น่าไว้ใจ ในทีนี้คือ พนักงานสามารถแนะนำเราได้ในทุก ๆ เรื่อง สินค้าเป็นของใหม่ คุณภาพดี พยายามเลือกร้านที่มีการรับประกัน เป็นร้านใหญ่ มีชื่อเสียง ในงานคอมมาร์ต ก็มีร้านศูนย์รวมคอมพิวเตอร์มาออกบูธหลากหลาย อย่าง PC Computer Shop, JIB , Advice , IT City ,  Banana , Speed Computer และอีกหลากหลายสินค้าที่ต่างจัดโปรแข่งขันกันลดราคาภายในงาน ทั้งสินค้าออกใหม่ สเปคแรง สินค้าเปิดตัวครั้งแรกในงาน และสินค้าราคาเคลียร์สต๊อคลดราคาแบบจัดเต็ม

และนี่คือวิธีทั้งหมดในการเลือกซื้อ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับมือใหม่หรือคนที่ต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วเจอกันที่ งาน COMMART XTREME โปรแรง ช้อปกระหน่ำ ส่งท้ายปี “ช้อปดีมีคืน” ลุ้น Big Bonus รางวัลใหญ่ที่ห้ามพลาด งานคอมมาร์ตส่งท้ายปี วันที่ 26-29 พ.ย. 63 เข้าฟรี ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. เจอกันที่ EH 98-99 ไบเทค บางนา

เลือกคอมพิวเตอร์ โดยเดินดชมตามศูนย์บริการและห้าง ต่าง ๆ ได้

ที่มา https://www.commartthailand.com (Rewrite : PC Computer Shop)

วิธีเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ จากขนาด Form Factor (คอมจากแบรนด์)

       วิธีเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ (คอมแบนรด์) ในข้อนี้ บางท่านอาจจะยังไม่ทราบ ว่าจริง ๆ แล้ว PC นั้นมีหลายขนาดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น Micro ,Tiny, mini, SFF, MT, AIO เป็นต้น ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างก็มีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปอีก จะมีขนาดไหนกันบ้างนั้น แต่ละขนาดเรียกแบบไหนนั้น ไปดูกันครับ

HPDellLenovo
เล็กที่สุดDesktop mini (DM)MicroTiny
ขนาดเล็กSmall Form Factor (SFF)Small Form Factor (SFF)Small Form Factor (SFF)
ขนาดใหญ่Micro Tower (MT)Micro Tower (MT)Tower
ออลอินวันAll in One (AiO)All in One (AiO)All in One (AiO)
จากตาราง จะเห็นได้ว่า กลุ่มต่างนั้นมีขนาดที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจุบันคอมพิวเตอร์มีหลากหลายแบรนด์ให้เลือก (ซึ่งประกอบสำเร็จรูปก็ม)

ขนาดเล็กที่สุด

จะเป็นเครื่องที่มีขนาดเล็กมาก สามารถวางบนโต๊ะ ติดไว้ข้าง หรือใต้โต๊ะก็ได้ หรือติดตั้งที่หลังจอได้เช่นกัน *เพียงแค่หาชุด Mounting มาติดตั้งเพิ่มเติมเท่านั้น เวลาจะย้ายเครื่อง ไปในที่ต่าง ๆ ก็ถอดติดกระเป๋าไปด้วยได้ เวลาจะใช้งาน ก็เพียงแค่หาจอภาพ หรือต่อกับทีวีที่บ้าน ก็สามารถใช้งานได้เช่นกันครับ แต่ละแบรนดะมีชื่อเรียกที่ต่างกันตามตารางด้านบน เช่น HP = mini Desktop, Dell = Micro (MC) และ Lenovo = Tiny ขนาดของแต่ละแบรนด์ก็จะทำออกมาใกล้เคียงกัน ไม่ได้มีขนาดเล็ก หรือใหญ่ต่างกันเท่าไหร่ สำหรับองค์กรที่มีพื้นที่จำกัด การเลือกซื้อ PC ขนาดไซส์นี้ ก็ถือเป็น วิธีเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ ที่น่าสนใจ

ขนาดเล็ก

ถือว่าเป็นเครื่องขนาดกลาง ขนาดจะใหญ่กว่าแบบแรกพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ใหญ่มาก เหมาะสำหรับโต๊ะทำงานที่มีพื้นที่น้อย สามารถวางเครื่อง ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เนื่องจากตัวเครื่องมีความเข็งแรง สามารถนำจอภาพมาวางบนเครื่องได้เลย โดยไม่ต้องกังวนว่าเครื่องจะหัก หรือบุบแต่อย่างใดครับ ซึ่งคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ ทั้ง 3 แบรนด์เรียกเหมือนกัน คือ Small Form Factor (SFF) การจะหาการ์ดต่าง ๆ มาเพิ่มอย่าง การ์ดจอ การ์ดเสียง ก็จำเป็นต้องการการ์ดที่มีขนาดเล็ก หรือ Low-profile มาใช้นั่นเอง

ขนาดใหญ่

จะถือว่าใหญ่สุดในกลุ่ม PC Commercial เลยก็ว่าได้ เพราะมีขนาดใหญ่กว่ากลุ่มอื่น ๆ ที่กล่าวมา ตัวเครื่องจะมีลักษณะเป็นกล่องทรงตั้ง คล้ายกับคอมประกอบที่ใช้กันตามบ้าน หรือคอมพิวเตอร์เกมมิ่ง แต่มีขนาดเล็กกว่า ถึงได้มีชื่อเรียกว่า Micro Tower (MT) และในแบรนด์ Lenovo จะเรียนสั้น ๆ ว่า Tower แต่ทั้ง 3 แบรนด์นั้นจะมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน การติดตั้งก็จะเป็นการตั้งไว้บนพื้น หรือวางตั้งไว้บนโต๊ะทำงานที่มีพื้นที่กว้างหน่อย เนื่องจากเครื่องมีขนาดใหญ่พอตัว แต่จะง่ายสำหรับการติดตั้งหรืออัพเกรดอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายใน เช่น การ์ดเสียง การ์ดจอ สามารถนำการ์ดขนาดมาตรฐานมาติดตั้งได้เลย ไม่ต้องหาตัวการ์ด Low-profile มาติดตั้ง เพราะอาจจะหายากกว่ารุ่นมาตรฐานนั่นเองครับ

ออลอินวัน

หรือเรียกสั้น ๆ ว่า AiO มันคือ PC ตั้งโต๊ะที่รวมอุปกรณ์อย่าง CPU, Mainboard, Ram, Storage และอื่น ๆ เอาไว้ด้านใน ซึ่งจะอยู่ด้านหลังจอทั้งหมด รูปทรงของคอมพิวเตอร์แบบ ออลอินวันนี้ ก็จะเหมือนหน้าจอคอมพิวเตอร์ปกติทั่วไป แต่หากสังเกตุดี ๆ ตัวเครื่องจะมีความหนาพอสมควร เนื่องจากมีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้นติดตั้งอยู่นั่นเองครับ การทำงาน ก็เพียงแค่เสียบปลั๊ก ต่อเมาส์ คีย์บอร์ด และอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ ก็สามารถเปิดทำงานได้ทันที ส่วนการอัพเกรด ก็จะอัพเกรดได้เหมือนเครื่องโน้ตบุ๊คทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น RAM, SSD M.2 หรือ Harddisk ขนาด 2.5 นิ้ว เข้าไป แต่ทั้งนี้การอัพเกรด ต้องถามกับทางร้านที่จำหน่ายอีกทีว่าสามารถอัพเกรดอะไรเพิ่มได้บ่าง

ที่มา https://addin.co.th

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการนำเบื้องต้นเท่านั้น หากท่านต้องการคำแนะนำในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์หรือปรึกษาก่อนจะตัดสินใจซื้อคอมพิวเตอร์สักเครื่อง ที่ร้าน PC Computer Shop ของเรามีบริการเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไอที และสินค้าไอที ครบจบที่เดียว! ชมสินค้า >> คลิก <<

ระบบปฏิบัติการ Android 14 จะไม่สามารถใช้แอปพลิเคชัน Task Killer ได้อีกแล้ว

เชื่อว่าหลายคนมีแอปพลิเคชันปิดการใช้งานทุกแอปฯ ในคราวเดียว เพราะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก แถมช่วยเคลียร์พื้นที่เครื่อง ทำให้มือถือทำงานรวดเร็ว แต่นั่นเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง ! จนกูเกิลต้องออกมาทำอะไรสักอย่างกับระบบปฏิบัติการ Android 14

ทางกูเกิลได้ทำการตัดตอนแอปพลิเคชันเหล่านี้ด้วยการปิด API “killBackgroundProcesses” ฉะนั้น แอปพลิเคชันใดที่ใช้ API เหล่านี้ อย่างเช่นแอปพลิเคชันเคลียร์ RAM ปิดการทำงานของแอปฯ ในเครื่อง ก็จะใช้งานไม่ได้ เพราะตัวแอปพลิเคชันไม่สามารถเรียกคำสั่งนี้ขึ้นมาทำงานได้ จะแสดงผลในไฟล์ Log ว่า “Invalid packageName: com.example.anotherapp” แทน

สาเหตุที่กูเกิลดำเนินการในเรื่องนี้ เนื่องจากว่าแอปพลิเคชันเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำให้มือถือรู้สึกว่าเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่จริง ๆ แล้วเป็นการเร่งให้ระบบปฏิบัติการ Android ทำงานหนักขึ้น แบตเตอรี่ลดลงเร็วขึ้น เพราะต้องเริ่มกระบวนการเปิดการทำงานของแอปพลิเคชันขึ้นมาใหม่นั่นเอง และทางกูเกิลยังแนะนำว่า ระบบปฏิบัติการของตนเองถูกออกแบบเพื่อจัดการการทำงานหลังบ้านโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ทางกูเกิลยังระบุในเอกสารประกอบด้วยว่า เป็นไปไม่ได้ที่แอปพลิเคชัน Task Killer จาก 3rd Party ทั้งหลายจะช่วยเคลียร์พื้นที่ จัดการพลังงานในอุปกรณ์แอนดรอยด์ และขอแนะนำให้นักพัฒนากลับไปตรวจสอบแอปพลิเคชันของตัวเองอีกครั้ง ว่าสอดคล้องกับนโยบายของ Google Play หรือไม่

ที่มา : 9to5google.com

ระวัง ! แฮคเกอร์ใช้อีเมลติดต่อธุรกิจปลอม สวมรอยเป็นผู้บริหาร เพื่อโจมตีระบบภายในไม่กี่ชั่วโมง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมข่าวกรองด้านความปลอดภัยของ Microsoft ตรวจสอบการโจมตีด้วยอีเมลธุรกิจ (Business Email Compromise) และพบว่าแฮกเกอร์ใช้เวลาโจมตีคอมพิวเตอร์และระบบภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง

โดยกระบวนการทั้งหมดเริ่มจากการส่งอีเมลปลอมที่ทำทีว่ามาจากองค์กรใหญ่ ผู้บริหารระดับสูง ซัพพลายเออร์หากผู้ใช้หลงเชื่อแล้วทำการ Login ด้วยที่อยู่อีเมลและรหัสผ่านของจริงบนเว็บไซต์ปลอมที่พิมพ์ผิดจากเว็บของจริงเล็กน้อย จากนั้นก็คือการไฮแจ็กอีเมลใด ๆ ในบัญชีนั้น ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคืออีเมลองค์กรของพนักงงานแผนกการเงิน ที่มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบริษัทมากมาย แฮกเกอร์จะใช้ที่อยู่อีเมลเหล่านี้ในการฉ้อโกง โดยการสวมรอยว่าพนักงานบริษัทนั้น ๆ อนุมัติการฉ้อโกงโอนเงิน

จากข้อมูลของ FBI ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2016 จนถึงเดือนกรกฏาคม 2019 พบว่า การโจมตีด้วย Business Email เหล่านี้ สร้างความเสียหายมูลค่าสูงถึง 4 หมื่น 3 พันดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,509,257,000,000 บาท) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกรณีที่ถูกรายงานไปยังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเท่านั้นด้วย นั่นแปลว่าอาจมีเหตุการณ์ตกหล่นอีกเพียบ

นอกจากนี้ ทางนักวิเคราะห์จาก Microsoft อธิบายว่า การใช้ Business Email เพื่อโจมตีระบบ เริ่มต้นจากการแฮกเกอร์ใช้วิธีฟิชชิ่งเพื่อขโมย Cookies Session ของเป้าหมาย แล้วทำการสวมรอยอีเมลเพื่อความน่าเชื่อถือ และผู้รับอีเมลจะไม่สงสัยเลย เพราะสามารถส่งอีเมลต่อจากฉบับเดิมได้เลย

ระวัง ! แฮคเกอร์ใช้อีเมลติดต่อธุรกิจปลอม สวมรอยเป็นผู้บริหาร เพื่อโจมตีระบบภายในไม่กี่ชั่วโมง
ภาพจาก : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/microsoft-business-email-compromise-attacks-can-take-just-hours/

ฉะนั้น การที่อีเมลของคุณถูกแฮกเกอร์นำไปอนุมัติหรือสั่งการโอนเงินจึงเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ยิ่งเป็นเรื่องของการเงินธุรกิจก็ยิ่งอันตราย ซึ่ง Microsoft 365 Defender ตัวช่วยด้านความปลอดภัยของไมโครซอฟต์ได้แก้ไขปัญหาด้วยการปิดบัญชีอีเมลที่ถูกเจาะแล้วโดยอัตโนมัติ ซึ่งการทำงานของ Microsoft 365 Defender ช่วยขัดขวางการถูกแฮกได้มากถึง 38 เหตุการณ์ใน 27 องค์กรเลยทีเดียว แต่ทางที่ดี ขอให้ผู้ใช้หมั่นระวังอีเมลทุกฉบับว่าเป็นอีเมลน่าสงสัยหรือไม่ หรือมีลิงก์อะไรไม่น่าไว้ใจไหม จะดีกว่า
ที่มา : www.bleepingcomputer.com

ระวัง ! ส่วนเสริม ChatGPT ปลอม แถมขโมย Facebook ผู้ใช้เพื่อสร้างโฆษณากระจายมัลแวร์

ในยุคที่ใคร ๆ ก็ใช้ ChatGPT แชทบอท AI อัจฉริยะ จนกระทั่งมีข่องทางปลอม ๆ เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงส่วนเสริม Google Chrome Extension ที่ทาง ChatGPT ไม่ได้สร้างขึ้นมา แต่เป็นแฮกเกอร์ตัวร้ายที่สร้างเพื่อขโมยบัญชี Facebook ไปกระจายมัลแวร์อีกต่างหาก

ระวัง ! ส่วนเสริม ChatGPT ปลอม แถมขโมย Facebook ผู้ใช้เพื่อสร้างโฆษณากระจายมัลแวร์

ภาพจาก : https://thehackernews.com/2023/03/fake-chatgpt-chrome-extension-hijacking.html

Nati Tal นักวิจัยของ Guardio Labs กล่าวในรายงานทางเทคนิคว่า ส่วนเสริม ChatGPT ปลอมนี้มีชื่อว่า “Quick access to Chat GPT” มาพร้อมความสามารถในการยึดบัญชี Facebook แอบเก็บคุกกี้และข้อมูลบัญชี และสร้างบัญชีแอดมินขึ้นมาเพื่อกระทำการต่าง ๆ รวมถึงการกระจายมัลแวร์เพื่อขโมยบัญชีอื่นต่อกันเป็นทอด ๆ ต่อไป โดยเป้าหมายของแฮกเกอร์คือ บัญชี Facebook ที่ใช้งานทางธุรกิจ มีข้อมูลสำคัญต่าง ๆ รวมถึงการชำระเงิน หรือเป็นแอดมินเพจองค์กรใหญ่

ระวัง ! ส่วนเสริม ChatGPT ปลอม แถมขโมย Facebook ผู้ใช้เพื่อสร้างโฆษณากระจายมัลแวร์
ภาพจาก : https://thehackernews.com/2023/03/fake-chatgpt-chrome-extension-hijacking.html

นอกจากนี้ เจ้าส่วนเสริม ChatGPT ปลอมนี้ ยังทำการสร้างโฆษณา Facebook เพื่อเป็นอีกช่องทางในการกระจายมัลแวร์ กระจายช่องทางอันตรายอื่น ๆ หากผู้ใช้กดลิงก์เข้าไปก็มีโอกาสที่จะเจออันตราย แต่ทางกูเกิลได้นำส่วนเสริม “Quick access to Chat GPT” ออกจาก Chrome Webstore ไปตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่วนเสริมปลอมนี้ถูกติดตั้งมากถึง 2,000 ครั้งต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2023 นั่นแปลว่าอาจมีเหยื่อถึงหลักพันคนที่ตกอยู่ในอันตรายจากมัลแวร์

ก่อนที่จะตกเป็นเหยื่อ ขอแจ้งให้ทราบว่า ณ ขณะนี้ ChatGPT ยังไม่มีส่วนเสริม Chrome Exrension และแอปพลิเคชันแต่อย่างใด มีเฉพาะช่องทางเว็บไซต์ และ ChatGPT Plus เวอร์ชันใหม่ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากพบ ChatGPT ที่ใดนอกเหนือจากนี้ ขอให้ระวังกันให้ดีก่อนนะ
ที่มา : thehackernews.com

Back to Top
Product has been added to your cart